Money In Stocks - ออมเงินในหุ้น

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หุ้นระยะยาว


ลงทุนหุ้นระยะยาว

วันพฤหัสที่ 23 พค 56 ตลาด SET ตกลง 48จุด และปิดที่ –23จุด จาก 1630 ลงมาที่ 1607จุด ความหวังที่จะผ่าน 1650จุด จึงไม่ง่ายแล้ว ต้นเหตุส่วนหนึ่งมาจากการประกาศจะเลิกใช้มาตรการควบคุมเศรษฐกิจของอเมริกา (QE: Quantitative Easing) ทำให้หุ้นตกทั่วโลก

ในช่วงห้าเดือนของปี 56 ตลาดขึ้นลงแรงมาก นักลงทุนมือใหม่หลายคนคงจะมึนๆ งงๆ กันพอควร การเก็งกำไรระยะสั้นที่จะให้ได้กำไรทุกเดือนดูจะไม่เป็นตามคาด จะขาดทุนมากกว่ากำไร ชาว VI บอกว่าการที่จะทำกำไร 10% ต่อเดือน มันอาจจะไม่ได้ตามนั้นเพราะจะมีกำไรและขาดทุนสลับกันไป เมื่อครบปีกำไรสุทธิจากการเก็งกำไรอาจจะได้พอๆ กับการถือหุ้นเพื่อรอรับปันผลรายปี ที่ 5-10% สิ่งที่ VI ต้องการบอกคือ คุณจะเหนื่อยและเครียดกับการเฝ้าหน้าจอหุ้นไปทำไม ถ้าสุดท้ายแล้วมันได้กำไรพอๆ กับการรอปันผล หรือบางทีคุณอาจจะขาดทุนและไม่เหลือกำไรเลยก็ได้เมื่อถึงสิ้นปี

การลงทุนในแบบ VI พวกเขาจะเข้าซื้อหุ้นดีๆ ที่ราคาถูกที่สุด อย่างในช่วงหุ้นตกแรงๆ จะเป็นจังหวะในการเข้าเก็บหุ้นไว้ และถือรอเงินปันผล โดยไม่ได้มีการขายหุ้นออกไปแต่จะซื้อเก็บสะสมเข้ามาเรื่อยๆ และยังมีการเพิ่มเงินทุนเข้ามาในพอร์ตเพื่อลงทุนแบบทบต้น VI จึงไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ เพราะไม่ได้สนใจการขึ้นลงของราคาหุ้นมากนักไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงพวกเขาก็ไม่ได้เก็งกำไรจากราคาหุ้น ทำให้ VI ลงทุนแล้วไม่เครียด มีเวลาไปเที่ยวและใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ถ้าใครคิดว่าวิธีการลงทุนระยะยาวแบบ VI น่าจะดีกว่า ก็ควรจะเริ่มลองทำดูครับ

ผมเองก็เริ่มเครียดจากการเก็งกำไร แม้ว่าจะขาดทุนไม่มาก แต่จะให้ลงทุนระยะยาว 100% ก็คงทนรอปันผลไม่ไหวแน่ๆ เลยคิดว่าจะเปิดพอร์ตหุ้นเพิ่มอีกเป็นพอร์ตที่สอง เอาไว้ลงทุนระยะยาวแยกจากพอร์ตอันแรกที่เน้นการเก็งกำไร เพื่อสามารถแยกการจัดการได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าเอาไว้ด้วยกันจะเสียเวลาในการบวกลบว่าการเก็งกำไรนั้นขาดทุนหรือกำไรเท่าไหร่กันแน่ ในเวลาที่ตลาดหุ้นตกเป็นจังหวะที่จะเก็บหุ้นเข้าพอร์ตระยะยาวได้ ซึ่งจะเป็นเวลาที่เรารอดูตลาดและหาหุ้นตัวใหม่เพื่อเก็งกำไร จึงเป็นช่วงที่เราจะจัดเงินลงทุนเข้าไปในพอร์ตสลับกันไป และช่วยลดความเสี่ยงจากการเก็งกำไรได้

การเลือกหุ้นลงทุนระยะยาว จะเลือกเองก็ต้องดูงบบัญชีพอได้ เอาง่ายๆ ก็มีกำไรไว้ก่อน มีหนี้สินน้อย บริษัทมีชื่อเสียง เงินลงทุนเยอะ ซึ่งหุ้นที่ดีราคาจะแพงหน่อยประมาณ 100บาทต่อหุ้น พอจะใช้เป็นเกณฑ์การเลือกได้ ถ้าแพงไปอาจเริ่มที่ราคา 50บาทต่อหุ้น ลองดูตัวอย่าง

หุ้นราคา 36บาท ปันผลที่ 0.90บาท ลงทุนเดือนละ 5,000x12เดือน เป็น 60,000 ได้ 1,666หุ้นx0.90บาท จะได้ปันผล 1,499บาท ปันผลครั้งที่สอง 1,666x0.35บาท ได้ปันผล 583บาท รวมปันผลทั้งสิ้น 2,082บาท คุ้มที่จะรอไม๊ครับ

หุ้นราคา 318บาท ปันผลที่ 9บาท ลงทุนเดือนละ 10,000 12เดือน เป็น 120,000บาท ได้ 377หุ้นx9บาท จะได้ปันผล 3,393บาท ปันผลครั้งที่สอง 377x3บาท ได้ปันผล 1,131บาท รวมปันผลทั้งสิ้น 4,524บาท พอจะรอได้ไม๊ครับ

การลงทุนระยะยาวจะต้องใช้เงินลงทุนเยอะหน่อย โดยคนที่มีทุนน้อยรวมทั้งผมก็จะต้องลงทุนให้ได้สม่ำเสมอทุกเดือนทบต้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น เงินน้อยๆ ก็ลงทุนในหุ้นได้ครับ

ถ้าท่านมีทุนมากหน่อย อาจจะเลือกลงทุนในกองทุน LTF ที่ให้ปันผล 5-10% ได้เช่นกัน และเป็นการลงทุนระยะยาวโดยบริษัทหลักทรัพย์ของท่านเป็นผู้ลงทุนแทนท่าน ก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ ส่วนการลงทุนในทองคำดูจะไม่น่าลงทุนในช่วงเวลานี้ เพราะราคาทองคำดูจะไม่กลับขึ้นมาง่ายๆ


Slow but sure.


By zurristic

 แนวทางการลงทุนระยะสั้นเปรียบเทียบกับระยะยาว จากหนังสือ เทคนิคพิชิตหุ้น ดร.นิเวศน์














AgeLoc Technology & Antioxidant
สารต้านอนุมูลอิสระและชะลอความชรา





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น